| Danoopon's profileSimple NuPhotosBlogLists | Help |
|
September 24 อยากตอบโดย อ. พิชญ์ ขวัญใจเด็กแนวอดีตคอลัมน์โปรด(อันหนึ่ง) ในอะเดย์วีคลีย์ ก๊อปมาจากพี่มะนาวครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
อันนี้อ.พิชญ์ ขวัญใจเด็กแนวฝากมาแปะด้วยตนเอง... แถมฝากว่าใครจะเอาไปแปะต่อก็ได้ด้วยนะครับ
อยากตอบ ๔: ว่าด้วยคืนวันที่ ๑๙ กันยายน ในฐานะ WYSIWYG เรียนถาม อ.พิษ
จากสถานการณ์ยึดอำนาจของ คปค. นั้น กำลังงงว่าที่ผ่านมาการรัฐประหารคือการฉีกรัฐธรรมนูญ สวนทางกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ผลกระทบกลับตรงกันข้าม...นั่นคือ สงบ ปราศจากความรุนแรง ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม ทั้งในเมืองและชนบท สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนนิทรรศการแสดงยุทธปกรณ์ ที่ผู้ปกครองพาเด็กๆ มาดู+ถ่ายรูป บางคนก็มามอบดอกไม้+อาหาร ให้กับทหารที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่ง 1.การกระทำรัฐประหารครั้งนี้คือทางออก ท่ามกลางกระบวนการทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ เช่นการตรวจสอบอำนาจรัฐโดยองค์กรอิสระ ล้มเหลวในการทำงาน และมักถูกอ้างว่าถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง หรือ เป็นเพราะต้องการล้มทักษิณโดยไม่เลือกวิธีการ เนื่องจากกระบวนการทางการเมืองไม่สามารถจัดการได้ ใช่หรือไม่ แล้วประเด็นหลักการกระทำรัฐประหารคืออะไร 2.ผลจากข้อ 1 แสดงว่าการกระทำรัฐประหารคือสิ่งที่ชอบธรรม ดังนั้นการเมืองไทยเมื่อถึงทางตัน การทำรัฐประหารคือสิ่งที่ชอบธรรม มากกว่ากระบวนการประชาธิปไตย หรือ? เพราะสังคมยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเฝ้ารอ+คาดหวังสิ่งที่ดีกว่า (หรือป่าว) ที่จะตามมา 3.กล่าวโดยสรุป รัฐประหารดี หรือไม่ ควรหรือไม่ควรเกิดในสังคมประชาธิปไตยของไทย ตอนนี้รู้สึกสับสนจริงๆ ขอความกระจ่างด้วย ขอบคุณครับ จากเด็กเรียนเก่ง แต่โง่เรื่องการเมือง ปล.ทำไมสื่อจึงชอบใช้คำว่าปฏิวัติ ทั้งที่ๆมันควรเป็นรัฐประหาร อยากตอบ: ผมอธิบายง่ายๆดังนี้ดีกว่านะ คือแบบว่าหลายเดือนผ่านมานี่ เรารู้สึกอึกอัดมากที่มีโจรใส่สูตรหน้าตาดีเข้ามาหยิบข้าวของในบ้านเราไป วันละนิดวันหล่ะหน่อย พูดกันดีๆก็ไม่ยอมไป อ้างอย่างเดียวว่า ก็เราเปิดให้เขาเข้ามาเองนี่ อดรนทนไม่ไหว ก็ตะโกนเรียกยามหมู่บ้านให้เข้ามาช่วย ที่ผ่านมาก็ไม่เข้ามาช่วยสักที วันหนึ่งยามเหล่านั้นก็เข้ามาในจังหวะที่เจ้าโจรนั้นเผลอเพราะออกไปซื้อของนอกบ้าน ทีนี้ยามเขาบอกว่าช่วงนี้ชุลมุนนิดหน่อยนะต้องจับเรามัดแล้วปิดปากไว้ก่อน และที่สำคัญต้องแก้ผ้าด้วย … เดี๋ยว "จัดให้ครับผม" ยังไม่ทันได้ตัดสินใจอะไร เพราะตอนนั้นมันมืดแล้ว มารู้ตัวอีกทีโจรมันก็เผ่นไปแล้ว ก็เลยเหลือยามนั่งอยู่ในบ้านเรา ขณะที่เราเปลือยเปล่าและถูกจับมัดเอาไว้ทั้งมือและปาก ยามบอกว่า ตอนนี้เหตุการณ์นั่งไม่สงบครับ ต้องขอเวลาสักสองอาทิตย์ก่อน หลังจากนั้นจะมีคนที่ไม่มีอาวุธมาเฝ้าบ้านให้ รับรองว่าเป็นคนดีแน่นอนครับ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เดี๋ยวโจรมันจะพาพวกกลับเข้ามานะ แล้วหลังจากนั้นสักปีนึงผมจะแก้มัดแล้วคืนบ้านให้แล้วกันนะครับผม ส่วนของที่เจ้าโจรนั้นเอาไป เดี๋ยวผมจะเอาคืนมาให้นะ ร่างกายของเราเปล่าเปลือย เราพูดอะไรไม่ได้ บางคนอาจรู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่ภายใต้ความดูแลของยาม เพราะเรารู้สึกว่ายามเป็น "มืออาชีพ" ในการเข้ามาคุ้มครองเรา แต่เราก็รู้ตลอดว่าเราชอบให้ยามเข้ามาคุ้มครองเรา "ชั่วคราว" ... ไม่ชอบให้ "ค้างคืน" บางคนเชื่อว่าการอยู่ใต้ความคุ้มครองของยามนั้นก็มิได้เลวร้ายอะไร เพราะกฏหมายทุกอย่างก็ทำงานเหมือนเดิม ยกเว้นแต่รัฐธรรมนูญ เท่านั้นเองที่ไม่ทำงาน เราอยากได้อะไรเราก็ร้องอู๊ดๆ เดี๋ยวยามก็ "จัดให้ครับผม" เราจึงเป็นเสมือน subject of the benevolent state มากกว่า citizen under democratic regime เพราะที่ผ่านมาเราคนหลายคนอาจจะบอกว่าเราก็ไม่มีอำนาจพอๆกันนั่นแหละ มีคนคุ้มครองตัวเราซะยังจะดีกว่า เพราะเราก็คุ้มครองตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว (เหรอครับลุงเสน่ห์ ?) เราจึงเป็นเสมือนคนที่เปล่าเปลือยและถูกปิดปากที่ได้รับการคุ้มครองจากยามใจดีมีเมตตา แทนสภาพเดิมของการเป็นเจ้าของบ้านที่เห็นโจรใส่สูทหยิบของจากบ้านเราไปทีละชิ้น แถมยังบอกว่าคนตั้ง ๑๖ ล้านบ้านให้เขาเข้าออกได้อย่างสบาย ไม่เห็นเป็นไร ... สมัยที่ผมเรียนหนังสือนั้น ผมถูกสอนว่ารัฐประหาร นั้นแปลมาจากภาษาฝรั่งเศส ว่าเป็นการประหารรัฐ การปฏิวัติมีสองความหมาย คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ หรือ อาจหมายถึงการยึดอำนาจของ "ทหารไทย" ที่เมื่อกระทำสำเร็จจะเรียกตัวเองว่าคณะปฏิวัติ และคำสั่งของคณะปฏิวัตินั้นถือว่ามีความสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะ "ถ้าไม่ฉีกรัฐฉีกรัฐธรรมนูญก็จัดการรัฐบาลไม่ได้" (ในขณะที่บางสังคมนั้นเขาไม่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร ก็อยู่ได้ บางแห่งทหารเข้ามาก็ประการยกเลิกการใช้ฉบับปัจจุบันชั่วคราว หรือบางประเทศนั้นก็ระบุไว้เลยว่าทหารนั้นสามารถแทรกแซงการเมืองได้หากประชาธิปไตยนั้นกำลังเผชิญอันตราย) ส่วนคำว่ากบฐ นั้นหมายถึงการรัฐประหารที่ไม่สำเร็จ แต่เอาเข้าจริงเราควรสนใจ "คำที่หายไปใน(วงเล็บ)" มากกว่า นั่นก็คือ การรัฐประหารนั้นแท้จริงคือการรัฐ(ธรรมนูญ)ประหาร ดังที่คณะปฏิรูปการปกครอง(โดยทหาร)เพื่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขกำลังกระทำอยู่ รัฐประหารในเมืองไทยนั้นจึงเป็นเรื่องของการประหารรัฐธรรมนูญด้วยกลไกรัฐ แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นรัฐที่มีเมตตาธรรม (benevolent state) ที่ภายใต้การปกครองดังกล่าวนั้นประชาชนเป็นเพียงพสกนิกรของรัฐ หรือในศัพท์ที่เคยเรียนมาก็คือ ไพร่ฟ้า (subject) นั่นแหละครับ การเป็นไพร่ฟ้าในรัฐที่มีเมตตาธรรมนั้นอาจมิใช่สภาพที่เลวร้ายนัก หากได้รับความเมตตาจากรัฐ เพราะรัฐสมัยใหม่นั้นคือองค์กรที่มีกลไกรัฐที่มีกำลังทหารและระบบราชการคอยดูแล ดังนั้นมิติด้านการคุ้มครองจึงเป็นมิติหลักของความสัมพันธ์ทางการเมืองแบบนี้ แต่สิ่งที่ขาดไปในรัฐแบบนี้ก็คือรัฐอาจไม่คุ้มครองคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐเท่านั้นเอง เพราะสิ่งที่สำคัญคือ "การคุ้มครอง" ไม่ใช่ "สิทธิเสรีภาพ" ซึ่งเป็นการคุ้มครองที่อาจรวมถึงการมีกฏหมายต่างๆที่ยุติธรรมก็ได้ ยกเว้นข้อเดียวคือการไม่มีหลักประกันเรื่องการแสดงออกทางความคิดเห็นที่ "แตกต่าง" ไปจากรัฐที่มีเมตตานั่นแหละครับ เราจึงเป็น naked subject under laws and protection provided by a benevolent state ก็คล้ายๆกับเราเปล่าเปลือยหนาวเหน็บและถูกปิดปาก แต่เขาอาจเมตตาหยิบผ้าห่มมาให้เรา หรือเราอาจ "อุ่นใจ" ว่าอย่างน้อยก็มีคนดูแลเราเพราะที่ผ่านมานั้นเราอาจจัดการกับโจรใส่สูทปากดีคนนั้นไม่ได้เลย เพราะดันไปเปิดให้เขาเข้ามา หรือมันดันเข้ามาแล้วยังอ้างว่าบ้านอื่นก็ให้มันเข้า เอาหล่ะครับก่อนนอนคืนนี้ยามยังอุตส่าห์สัญญาว่าจะหาผ้าห่มมาให้เราและหาเสื้อผ้าให้เราใส่ถ้าเราหนาว หาข้าวมาให้เรากิน ฯลฯ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เพราะเหตุการณ์ยังไม่เรียบร้อย ยามคนนั้นกระซิบเบาๆ ข้างหูเราก่อนให้เราไปนอน แถมยังปลอบโยนด้วยคำหวานที่แสนจะจักกะเดี่ยมหัวใจว่า "รักนะ เด็กโง่" ป.ล. ส่วนเรื่องรถถังนั้น ทางสื่อมวลชนเขาก็สานต่อนโยบายของการท่องเที่ยวอยู่แล้วครับ ว่ารัฐ(ธรรมนูญ)ประหารครั้งนี้ เป็นหนึ่งในโครงการ Unseen Thailand ... ซึ่งในภาษาของวินโดว์เขาเรียกว่า WYSIWYG หรือ What You See Is What You Get ครับผม (http://en.wikipedia.org/wiki/WYSIWYG) การรัฐประหารในฐานะ WYSIWYG นั้นเป็นเรื่องที่คนที่เรียนรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ทหาร และนักเศรษฐศาสตร์คงจะเข้าใจได้ยาก มันเป็นสิ่งที่บรรดานักวิชาการสาย computer science หรือเด็กคนไหนที่เรียน Net Design อาทิ น้องแตงโม (วิ๊ดวี๊ด) เข้าใจได้ดี กล่าวคือคนที่เรียน การเขียน html นั้นเขาเข้าใจว่าไอ้เว็บที่เราเขียนออกมานั้น เบื้องหลังมันก็คือภาษายึกยืดที่เป็นรหัสมากมาย ไม่ใช่ภาพอันงดงาม bloodless ที่เราเห็นอยู่เลยแม้แต่น้อย อธิบายง่ายๆว่าตามในวิกกี้พีเดียว่า The term describes a user interface that allows the user to view something very similar to the end result while the document or image is being created. For example, a user can view on screen how a document will look when it is printed to paper or displayed in a Web browser. It implies the ability to modify the layout of a document without having to type or remember names of layout commands. นั่นแหละครับ คือคำนี้หมายถึงสิ่งที่มันแสดงผลออกมาให้กับผู้ใช้คอม ซึ่งไม่ต้องรู้อะไรมากมายนักว่าการใช้โปรแกรมที่เราซื้อมา หรือขโมยมาใช้นั้นมันจะเขียนมาอย่างไร จะมี bug ไหม เพราะเราถือคติให้ผู้ใช้นั้นใช้ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมานั่งจำรหัสอะไรให้มันวุ่นวาย พุดอีกอย่างก็คือทุกอย่างเขาพยายาม "จัดให้" เราเหมือนการเขียนแบบฟอร์มนั่นแหละครับ ไม่ต้องมานั่งพิมพ์รหัสเอาเอง เขาออกแบบให้ ไม่พอใจใช้ยากไปเดี๋ยวอัพเดทให้ สิ่งที่เราเห็นตรงหน้าเรามันจึงเปรียบเสมือนจุดสิ้นสุดของกระบวนการไปในเวลาเดียวกัน หมายความว่าการรัฐ(ธรรมนูญ)ประหรก็คือการรัฐ(ธรรมนูญ)ประหาร ไม่ใช่ทั้งการเดินหน้า การถอยหลัง ระยะสั้นหรือระยะยาวหรือการพักร้อน มันเป็นสิ่งที่ทำอย่างไรก็ทำให้เห็นว่ามันออกมาอย่างนั้นนั่นแหละ ทำตอนนี้ก็เห็นซะเดี๋ยวนี้ ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ทำรัฐธรรมนูญประหารก็ได้การประหารรัฐธรรมนูญ ง่ายๆ ไม่เชื่อถามน้องแตงโมดูก็ได้ (ขนาดตอนน้องแตงโมเล่นเป็น ยัยใบบ้า น้องแตงโมยังรู้ตัวตลอดเลย) ผมว่าจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่เนี่ย ลองให้พวกเขียนเว็บมาทำให้จะดีกว่าไหมครับ ถ้าว่าไปแล้วพวกนี้เขาเข้าใจวิธีคิด ที่ user friendly … กิ๊วกิ้ว ... อยากได้น้องแตงโมเป็นหัวหน้า คปค และประธานสภาราง รธน ที่สุดเล้ยยยยย … (แถมนิดครับ จากวิกกี้พีเดีย เพิ่มเติมว่ายังมีรหัสอื่นที่น่าสนใจดังนี้
หมายเหตุ: คุณเด็กโง่จะได้รับของรางวัลเป็น "ถั่ว" กรอบๆมันๆนะจ๊ะ ... เอาไว้กินแล้วหัดตดให้เป็นเสียง เพราะตอนนี้เขายังไม่ให้พูดจาอะไรในบ้านของเรา ... นะจ๊ะเด็กโง่ เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังแถมภาพการ์ตูนน่ารักๆของพี่หมอ หนึ่งในทีมงานเก่าของอะเดย์วีคลี่(ยุคคมมากและชูมาก)ที่ลงใน Bangkok Post วันที่ ๒๒ กันยา ที่ผ่านมาไว้ให้ดูเล่นระหว่างกินถั่วกรอบๆมันๆนะจ๊ะ ... เด็กโง่ (ว้า ถ้าไม่ใช่เด็กแนวเนี่ยจะเข้าใจไหมว่าเด็กโง่นั้นแปลว่าอะไร ... จุ๊บๆ อิอิ) ![]() (หมายเหตุ ภาพการ์ตูนมาแว้ว) |
|
|