Danoopon 的个人资料Simple Nu照片日志列表 工具 帮助

日志


9月24日

อยากตอบโดย อ. พิชญ์ ขวัญใจเด็กแนว

อดีตคอลัมน์โปรด(อันหนึ่ง) ในอะเดย์วีคลีย์ ก๊อปมาจากพี่มะนาวครับ
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
อันนี้อ.พิชญ์ ขวัญใจเด็กแนวฝากมาแปะด้วยตนเอง... แถมฝากว่าใครจะเอาไปแปะต่อก็ได้ด้วยนะครับ

อยากตอบ ๔: ว่าด้วยคืนวันที่ ๑๙ กันยายน ในฐานะ WYSIWYG

เรียนถาม อ.พิษ

จากสถานการณ์ยึดอำนาจของ คปค. นั้น
กำลังงงว่าที่ผ่านมาการรัฐประหารคือการฉีกรัฐธรรมนูญ
สวนทางกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
แต่ผลกระทบกลับตรงกันข้าม...นั่นคือ สงบ ปราศจากความรุนแรง
ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม ทั้งในเมืองและชนบท
สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนนิทรรศการแสดงยุทธปกรณ์ ที่ผู้ปกครองพาเด็กๆ มาดู+ถ่ายรูป
บางคนก็มามอบดอกไม้+อาหาร ให้กับทหารที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่ง

1.การกระทำรัฐประหารครั้งนี้คือทางออก ท่ามกลางกระบวนการทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ เช่นการตรวจสอบอำนาจรัฐโดยองค์กรอิสระ ล้มเหลวในการทำงาน และมักถูกอ้างว่าถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง หรือ เป็นเพราะต้องการล้มทักษิณโดยไม่เลือกวิธีการ เนื่องจากกระบวนการทางการเมืองไม่สามารถจัดการได้ ใช่หรือไม่ แล้วประเด็นหลักการกระทำรัฐประหารคืออะไร


2.ผลจากข้อ 1 แสดงว่าการกระทำรัฐประหารคือสิ่งที่ชอบธรรม ดังนั้นการเมืองไทยเมื่อถึงทางตัน การทำรัฐประหารคือสิ่งที่ชอบธรรม มากกว่ากระบวนการประชาธิปไตย หรือ? เพราะสังคมยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเฝ้ารอ+คาดหวังสิ่งที่ดีกว่า
(หรือป่าว) ที่จะตามมา

3.กล่าวโดยสรุป รัฐประหารดี หรือไม่ ควรหรือไม่ควรเกิดในสังคมประชาธิปไตยของไทย ตอนนี้รู้สึกสับสนจริงๆ ขอความกระจ่างด้วย


ขอบคุณครับ
จากเด็กเรียนเก่ง แต่โง่เรื่องการเมือง

ปล.ทำไมสื่อจึงชอบใช้คำว่าปฏิวัติ ทั้งที่ๆมันควรเป็นรัฐประหาร

อยากตอบ: ผมอธิบายง่ายๆดังนี้ดีกว่านะ

คือแบบว่าหลายเดือนผ่านมานี่ เรารู้สึกอึกอัดมากที่มีโจรใส่สูตรหน้าตาดีเข้ามาหยิบข้าวของในบ้านเราไป วันละนิดวันหล่ะหน่อย

พูดกันดีๆก็ไม่ยอมไป อ้างอย่างเดียวว่า ก็เราเปิดให้เขาเข้ามาเองนี่

อดรนทนไม่ไหว ก็ตะโกนเรียกยามหมู่บ้านให้เข้ามาช่วย ที่ผ่านมาก็ไม่เข้ามาช่วยสักที

วันหนึ่งยามเหล่านั้นก็เข้ามาในจังหวะที่เจ้าโจรนั้นเผลอเพราะออกไปซื้อของนอกบ้าน ทีนี้ยามเขาบอกว่าช่วงนี้ชุลมุนนิดหน่อยนะต้องจับเรามัดแล้วปิดปากไว้ก่อน และที่สำคัญต้องแก้ผ้าด้วย … เดี๋ยว "จัดให้ครับผม"

ยังไม่ทันได้ตัดสินใจอะไร เพราะตอนนั้นมันมืดแล้ว มารู้ตัวอีกทีโจรมันก็เผ่นไปแล้ว ก็เลยเหลือยามนั่งอยู่ในบ้านเรา ขณะที่เราเปลือยเปล่าและถูกจับมัดเอาไว้ทั้งมือและปาก

ยามบอกว่า ตอนนี้เหตุการณ์นั่งไม่สงบครับ ต้องขอเวลาสักสองอาทิตย์ก่อน หลังจากนั้นจะมีคนที่ไม่มีอาวุธมาเฝ้าบ้านให้ รับรองว่าเป็นคนดีแน่นอนครับ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เดี๋ยวโจรมันจะพาพวกกลับเข้ามานะ แล้วหลังจากนั้นสักปีนึงผมจะแก้มัดแล้วคืนบ้านให้แล้วกันนะครับผม ส่วนของที่เจ้าโจรนั้นเอาไป เดี๋ยวผมจะเอาคืนมาให้นะ

ร่างกายของเราเปล่าเปลือย เราพูดอะไรไม่ได้ บางคนอาจรู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่ภายใต้ความดูแลของยาม เพราะเรารู้สึกว่ายามเป็น "มืออาชีพ" ในการเข้ามาคุ้มครองเรา

แต่เราก็รู้ตลอดว่าเราชอบให้ยามเข้ามาคุ้มครองเรา "ชั่วคราว" ... ไม่ชอบให้ "ค้างคืน"

บางคนเชื่อว่าการอยู่ใต้ความคุ้มครองของยามนั้นก็มิได้เลวร้ายอะไร เพราะกฏหมายทุกอย่างก็ทำงานเหมือนเดิม ยกเว้นแต่รัฐธรรมนูญ เท่านั้นเองที่ไม่ทำงาน เราอยากได้อะไรเราก็ร้องอู๊ดๆ เดี๋ยวยามก็ "จัดให้ครับผม" เราจึงเป็นเสมือน subject of the benevolent state มากกว่า citizen under democratic regime เพราะที่ผ่านมาเราคนหลายคนอาจจะบอกว่าเราก็ไม่มีอำนาจพอๆกันนั่นแหละ มีคนคุ้มครองตัวเราซะยังจะดีกว่า เพราะเราก็คุ้มครองตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว (เหรอครับลุงเสน่ห์ ?)

เราจึงเป็นเสมือนคนที่เปล่าเปลือยและถูกปิดปากที่ได้รับการคุ้มครองจากยามใจดีมีเมตตา แทนสภาพเดิมของการเป็นเจ้าของบ้านที่เห็นโจรใส่สูทหยิบของจากบ้านเราไปทีละชิ้น แถมยังบอกว่าคนตั้ง ๑๖ ล้านบ้านให้เขาเข้าออกได้อย่างสบาย ไม่เห็นเป็นไร

... สมัยที่ผมเรียนหนังสือนั้น ผมถูกสอนว่ารัฐประหาร นั้นแปลมาจากภาษาฝรั่งเศส ว่าเป็นการประหารรัฐ

การปฏิวัติมีสองความหมาย คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ

หรือ อาจหมายถึงการยึดอำนาจของ "ทหารไทย" ที่เมื่อกระทำสำเร็จจะเรียกตัวเองว่าคณะปฏิวัติ และคำสั่งของคณะปฏิวัตินั้นถือว่ามีความสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะ "ถ้าไม่ฉีกรัฐฉีกรัฐธรรมนูญก็จัดการรัฐบาลไม่ได้" (ในขณะที่บางสังคมนั้นเขาไม่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร ก็อยู่ได้ บางแห่งทหารเข้ามาก็ประการยกเลิกการใช้ฉบับปัจจุบันชั่วคราว หรือบางประเทศนั้นก็ระบุไว้เลยว่าทหารนั้นสามารถแทรกแซงการเมืองได้หากประชาธิปไตยนั้นกำลังเผชิญอันตราย)

ส่วนคำว่ากบฐ นั้นหมายถึงการรัฐประหารที่ไม่สำเร็จ

แต่เอาเข้าจริงเราควรสนใจ "คำที่หายไปใน(วงเล็บ)" มากกว่า นั่นก็คือ การรัฐประหารนั้นแท้จริงคือการรัฐ(ธรรมนูญ)ประหาร ดังที่คณะปฏิรูปการปกครอง(โดยทหาร)เพื่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขกำลังกระทำอยู่

รัฐประหารในเมืองไทยนั้นจึงเป็นเรื่องของการประหารรัฐธรรมนูญด้วยกลไกรัฐ แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นรัฐที่มีเมตตาธรรม (benevolent state) ที่ภายใต้การปกครองดังกล่าวนั้นประชาชนเป็นเพียงพสกนิกรของรัฐ หรือในศัพท์ที่เคยเรียนมาก็คือ ไพร่ฟ้า (subject) นั่นแหละครับ

การเป็นไพร่ฟ้าในรัฐที่มีเมตตาธรรมนั้นอาจมิใช่สภาพที่เลวร้ายนัก หากได้รับความเมตตาจากรัฐ เพราะรัฐสมัยใหม่นั้นคือองค์กรที่มีกลไกรัฐที่มีกำลังทหารและระบบราชการคอยดูแล ดังนั้นมิติด้านการคุ้มครองจึงเป็นมิติหลักของความสัมพันธ์ทางการเมืองแบบนี้ แต่สิ่งที่ขาดไปในรัฐแบบนี้ก็คือรัฐอาจไม่คุ้มครองคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐเท่านั้นเอง เพราะสิ่งที่สำคัญคือ "การคุ้มครอง" ไม่ใช่ "สิทธิเสรีภาพ" ซึ่งเป็นการคุ้มครองที่อาจรวมถึงการมีกฏหมายต่างๆที่ยุติธรรมก็ได้ ยกเว้นข้อเดียวคือการไม่มีหลักประกันเรื่องการแสดงออกทางความคิดเห็นที่ "แตกต่าง" ไปจากรัฐที่มีเมตตานั่นแหละครับ

เราจึงเป็น naked subject under laws and protection provided by a benevolent state

ก็คล้ายๆกับเราเปล่าเปลือยหนาวเหน็บและถูกปิดปาก แต่เขาอาจเมตตาหยิบผ้าห่มมาให้เรา หรือเราอาจ "อุ่นใจ" ว่าอย่างน้อยก็มีคนดูแลเราเพราะที่ผ่านมานั้นเราอาจจัดการกับโจรใส่สูทปากดีคนนั้นไม่ได้เลย เพราะดันไปเปิดให้เขาเข้ามา หรือมันดันเข้ามาแล้วยังอ้างว่าบ้านอื่นก็ให้มันเข้า

เอาหล่ะครับก่อนนอนคืนนี้ยามยังอุตส่าห์สัญญาว่าจะหาผ้าห่มมาให้เราและหาเสื้อผ้าให้เราใส่ถ้าเราหนาว หาข้าวมาให้เรากิน ฯลฯ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เพราะเหตุการณ์ยังไม่เรียบร้อย

ยามคนนั้นกระซิบเบาๆ ข้างหูเราก่อนให้เราไปนอน แถมยังปลอบโยนด้วยคำหวานที่แสนจะจักกะเดี่ยมหัวใจว่า

"รักนะ เด็กโง่"

ป.ล. ส่วนเรื่องรถถังนั้น ทางสื่อมวลชนเขาก็สานต่อนโยบายของการท่องเที่ยวอยู่แล้วครับ ว่ารัฐ(ธรรมนูญ)ประหารครั้งนี้ เป็นหนึ่งในโครงการ Unseen Thailand ...

ซึ่งในภาษาของวินโดว์เขาเรียกว่า WYSIWYG หรือ What You See Is What You Get ครับผม (
http://en.wikipedia.org/wiki/WYSIWYG)

การรัฐประหารในฐานะ WYSIWYG นั้นเป็นเรื่องที่คนที่เรียนรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ทหาร และนักเศรษฐศาสตร์คงจะเข้าใจได้ยาก มันเป็นสิ่งที่บรรดานักวิชาการสาย computer science หรือเด็กคนไหนที่เรียน Net Design อาทิ น้องแตงโม (วิ๊ดวี๊ด) เข้าใจได้ดี กล่าวคือคนที่เรียน การเขียน html นั้นเขาเข้าใจว่าไอ้เว็บที่เราเขียนออกมานั้น เบื้องหลังมันก็คือภาษายึกยืดที่เป็นรหัสมากมาย ไม่ใช่ภาพอันงดงาม bloodless ที่เราเห็นอยู่เลยแม้แต่น้อย

อธิบายง่ายๆว่าตามในวิกกี้พีเดียว่า The term describes a user interface that allows the user to view something very similar to the end result while the document or image is being created. For example, a user can view on screen how a document will look when it is printed to paper or displayed in a Web browser.

It implies the ability to modify the layout of a document without having to type or remember names of layout commands.


นั่นแหละครับ คือคำนี้หมายถึงสิ่งที่มันแสดงผลออกมาให้กับผู้ใช้คอม ซึ่งไม่ต้องรู้อะไรมากมายนักว่าการใช้โปรแกรมที่เราซื้อมา หรือขโมยมาใช้นั้นมันจะเขียนมาอย่างไร จะมี bug ไหม เพราะเราถือคติให้ผู้ใช้นั้นใช้ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมานั่งจำรหัสอะไรให้มันวุ่นวาย พุดอีกอย่างก็คือทุกอย่างเขาพยายาม "จัดให้" เราเหมือนการเขียนแบบฟอร์มนั่นแหละครับ ไม่ต้องมานั่งพิมพ์รหัสเอาเอง เขาออกแบบให้ ไม่พอใจใช้ยากไปเดี๋ยวอัพเดทให้

สิ่งที่เราเห็นตรงหน้าเรามันจึงเปรียบเสมือนจุดสิ้นสุดของกระบวนการไปในเวลาเดียวกัน หมายความว่าการรัฐ(ธรรมนูญ)ประหรก็คือการรัฐ(ธรรมนูญ)ประหาร ไม่ใช่ทั้งการเดินหน้า การถอยหลัง ระยะสั้นหรือระยะยาวหรือการพักร้อน มันเป็นสิ่งที่ทำอย่างไรก็ทำให้เห็นว่ามันออกมาอย่างนั้นนั่นแหละ ทำตอนนี้ก็เห็นซะเดี๋ยวนี้ ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ทำรัฐธรรมนูญประหารก็ได้การประหารรัฐธรรมนูญ ง่ายๆ ไม่เชื่อถามน้องแตงโมดูก็ได้ (ขนาดตอนน้องแตงโมเล่นเป็น ยัยใบบ้า น้องแตงโมยังรู้ตัวตลอดเลย)

ผมว่าจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่เนี่ย ลองให้พวกเขียนเว็บมาทำให้จะดีกว่าไหมครับ ถ้าว่าไปแล้วพวกนี้เขาเข้าใจวิธีคิด ที่ user friendly … กิ๊วกิ้ว ... อยากได้น้องแตงโมเป็นหัวหน้า คปค และประธานสภาราง รธน ที่สุดเล้ยยยยย …

(แถมนิดครับ จากวิกกี้พีเดีย เพิ่มเติมว่ายังมีรหัสอื่นที่น่าสนใจดังนี้
  • WYSIWIS = What You See Is What I See (used in context of distant multi-users applications, e.g. CSCW)
  • WYSIWYAF = What You See Is What You Asked For (in reference to programs such as those used for manual typesetting such as TeX or troff, that what is retrieved from the system is what the user specified - in essence, a statement of GIGO)
  • WYSIAYG = What You See Is All You Get (used to point out that a style of "heading" that refers to a specification of "Helvetica 15 bold" provides more useful information than a style of "Helvetica 15 bold" every time a heading is used)
  • WYSIWYM = What You See Is What You Mean (You see what best conveys the message)
  • WYTYSIWYTYG = What You Think You See Is What You Think You Get (/wɪtɪsiwɪtɪg/) (when a program claims to be WYSIWYG but isn't)
  • WYCIWYG = What You Cache is What You Get ("wyciwyg://" turns up occasionally in the address bar of Gecko-based Web browsers like Mozilla Firefox when the browser is retrieving cached information) -or - What You Create Is What You Get -or- What You Click Is What You Get)
  • WYGIWYG = What You Get Is What You Get (an alternative approach to document formatting using markup languages, e.g. HTML, to define content and trusting the layout software to make it pretty enough)
  • WYSYHYG = What You See You Hope You Get (/wɪzihɪg/) (a term ridiculing text mode word processing software; used in the Microsoft Windows Video Collection, a video distributed around 1991 on two VHS cassettes at promotional events).

หมายเหตุ: คุณเด็กโง่จะได้รับของรางวัลเป็น "ถั่ว" กรอบๆมันๆนะจ๊ะ ... เอาไว้กินแล้วหัดตดให้เป็นเสียง เพราะตอนนี้เขายังไม่ให้พูดจาอะไรในบ้านของเรา ... นะจ๊ะเด็กโง่
เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังแถมภาพการ์ตูนน่ารักๆของพี่หมอ หนึ่งในทีมงานเก่าของอะเดย์วีคลี่(ยุคคมมากและชูมาก)ที่ลงใน Bangkok Post วันที่ ๒๒ กันยา ที่ผ่านมาไว้ให้ดูเล่นระหว่างกินถั่วกรอบๆมันๆนะจ๊ะ ... เด็กโง่ (ว้า ถ้าไม่ใช่เด็กแนวเนี่ยจะเข้าใจไหมว่าเด็กโง่นั้นแปลว่าอะไร ... จุ๊บๆ อิอิ)



(หมายเหตุ ภาพการ์ตูนมาแว้ว)

4月21日

Probably last entry

ตอนนี้กำลังจะปิดเทอมอีกแล้วครับ 
...
ขอโทษเพื่อนๆที่หายไปนาน พอเปิดเทอมปุ๊บก็มีเรื่องเยอะแยะจนลืมไปเลยว่ามีบลอกอยู่
แต่ก็ยังเข้าไปแวะอ่านบลอกของทุกคนเรื่อยๆนะครับ เพียงแต่ไม่ได้เม้นไว้
ส่วน MSN ตอนนี้ก็ลบทิ้งไปแล้วเพราะไม่เคยได้เปิด ก็เลยไม่ได้ออนไลน์เลย
ไม่รู้จะได้เขียนอีกเมื่อไหร่ ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้
...
 
ถึงเพื่อนๆ
 
พี่แนน - ท่าทางจะมีเรื่องเครียดๆเยอะนะเนี่ย ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ สาวเก่งอย่างพี่ ยังไงก็ต้องผ่านไปได้อยู่แล้ว
             ยังไงก็ลืมๆมันไปบ้างนะครับ  (พูดง่ายทำยากเนอะ)
พี่นัท - คิดถึงพี่สาวคนนี้ที่สุด ยังไงก็ส่งข่าวมาบ้างนะครับ
พี่ต๋อง - เอ่อ ไม่รู้จะบอกอะไรดีแฮะ ดูท่าทางจะมีความสุขดี เอาเป็นว่าไว้จะแวะไปเยี่ยมละกัน
พี่ธรรม - ขอบคุณครับที่ให้อภัย เดี๋ยวไว้กลับไป ไปเที่ยวกัน(อีก)นะพี่ :) เดี๋ยวจะชวนป๋าโยไปด้วย
พี่นนท์ - รายนี้ก็ไม่ได้ยินข่าวตั้งนาน บลอกก็ลบไปแล้ว ไม่รู้ว่าอยู่เนเธอร์แลนด์สบายดีรึเปล่า
ฝากความคิดถึงถึงพี่ผมดก ป๋ามานิตย์ พี่หน่อย แล้วก็ทุกๆคนที่ศรีราชาด้วยนะครับ
1月2日

Fall Break Trip (2) - Washington, D.C.

(Incomplete)
 
I love this city! Why? No way to describe the city better than wikitravel, "Its history, beautiful architecture, and excellent cultural centers attract millions each year." If you like history, every inch in this city is the place for you to dig in. (Be careful. Don't dig in the Arlington Cemetry.)  If you like to see beatiful landscape and architecture, walking around the National Mall won't be disappointed. Don't forget to visit inside the Library of Congress. And don't forget to spare at least one day for the museums. 
 
The trip
 We left Atlanta on Dec. 18 and spent all day on car. On Dec. 19, we visited the Arlington Cemetry and walked around the National Mall (from Lincoln Memorial to Washington Monument). On Dec. 20, most of the members went to museums but somebody including me had to stay in the embassy for a new passport. The only thing I did today was going up to the top of Washington Monument. We went to the Library of Congress in the morning of the last day (it is very very very beautiful!) and then went to Baltimore. I began to realize that the beaches here in USA (at least on the east coast) cannot be compared with any beach in Thailand. We finally drove home that night. Thank Nut and Bank for being patient drivers. 
 
Some anecdotes
- As you know, Washington D.C. is the capital city of USA and it is different from Washington state. Washington D.C. is in the east surrounded by Virginia and Maryland while Washington state is in the northwest.
And, of course,the city was named after the first president of USA.
- "D.C." stands for "District of Columbia", the federal district containing the city of Washington. Federal  district is (kind of) the seperate part of the country governed directly by the federal (=national)  government. So, Washington, D.C. doesn't belong to any state. Moreover, the city and the district can be considered as the same entity. People simply call the city "D.C."

Fall Break Trip (1)

It comes the end of a serie of fun time. Now it's time to prepare for the arriving semester.  What I did this break?
- 18-22 Dec. 05 Washington D.C.
- 25-30 Dec. 05 Florida
- 31 Dec. Of course, party!!!
- 1 Dec. Coke museum
 
It was extremely fun but so tired that I felt sleepy for 2 whole days! 
 
To be continued ...
12月14日

(My) semester is officially end today.

Yeah, now it's time to have some fun.
12月6日

คำทำนาย

วันนี้มา copy paste อีกแล้ว
จากเรื่องที่คุยกันมื้อเย็นวันนี้ เรื่องคำทำนาย ที่หลายๆคนเชื่อว่าเป็นคำทำนายราชวงศ์จักรี
 
๑. มหากาฬ ๒.พาลยักษ์ ๓.รักมิตร (รักบัณฑิต) ๔. สนิทธรรม ๕. จำแขนขาด ๖.ราษฎร์โจร (ราชโจร) ๗.ชนร้องทุกข์ ๘.ยุคทมิฬ ๙. ถิ่นตาขาว (ถิ่นกาขาว) ๑๐.ชาวศิวิไลซ์
 
ยังติดใจสงสัยอยู่ ก็เลยไปลองค้นดู
 
เค้าว่ากันว่า มีความเชื่อสองกระแส
1. เป็นคำทำนายของ "เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม กทม" (พ.ศ.2331 - 2415)
อันข้างบนนั่นแหละครับ
 
2. เป็นคำทำนายของ หลวงพ่อใย พระอรหันต์สมัยกรุงศรีอยุธยา มีเขียนไว้ในสมุดข่อยซึ่งเป็นสมบัติตกทอดต่อๆ กันมาจาก หลวงปู่คล้าย มายังหลวงพ่อปาน จนกระทั่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้มาอ่านพบเข้า
 
๑.มหากาฬผ่านมหายักษ์ ๒.รู้จักธรรม ๓.จำต้องคิด ๔.สนิทธรรม ๕.จำแขนขาด ๖.ราษฏร์ราชาโจร ๗.นั่งทนทุกข์ ๘.ยุคทมิฬ ๙.ถิ่นกาขาว ๑๐.ชาววิไล

 
สำหรับแต่ละอันแปลว่าอะไร  ถ้าสนใจลองไปดูต่อที่ http://www.lekpluto.com/index01/prissanapayakorn.html และ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=23371
 
เท่าที่ลองกูกเกิ้ลดู ทั้งคำทำนาย ทั้งที่มา ทั้งตีความ มีหลายเวอร์ชันมากๆ ไม่รู้ว่าอันไหนจริงกันแน่ หรือไม่แน่ อาจจะไม่มีอันไหนจริงเลยก็ได้
 
12月5日

วันพ่อ

สวัสดีวันพ่อครับ ขอให้พ่อทุกๆคนมีความสุขมากๆนะครับ
12月4日

สำหรับชนชั้นกลาง (mid-so)และชนชั้นสูง (hi-so)ในประเทศนี้เท่านั้น!!!

มาชวนไปอ่านกระทู้แนะนำอันนึงของ pantip ครับ  http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K3914990/K3914990.html. จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะชอบหรือไม่ชอบ หรือจะคิดว่าเพ้อ/บ้าอุดมการณ์/... ก็อยากให้อ่านให้จบนะครับ
 
-------------------------------------------------------
Excerpt
-------------------------------------------------------
 
... พวกเราคือชนชั้นสูง และชนชั้นกลางของประเทศ พวกเราคือกลุ่มคนที่มีโอกาส ทั้งการศึกษา การเงิน โอกาสในการแสดงออก โอกาสในการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โอกาสในการโอบอุ้มคนที่ทุกข์ยาก โอกาสในการให้คนที่ไม่มี เราได้ให้พวกเขาหรือยัง เราได้ตอบแทนอะไรแก่สังคมหรือยัง เราปกป้องคนที่อ่อนแอและด้อยโอกาสกว่าเราหรือยัง
 
...มีคนโยนเปลือกส้มออกนอกรถ มีคนทิ้งถุงลูกชิ้นปิ้งที่ป้ายรถเมล์ มีเด็กแกะซองพลาสติกห่อหนังสือการ์ตูนแล้วทิ้งลงพื้น เราเห็นอยู่ทุกวัน เรารู้สึกเฉยๆเพราะเขาไม่ได้ทำสกปรกในบ้านของเรา หรือในโต๊ะทำงานของเรา แม้ว่าเราจะไม่ชอบใจ เราก็ไม่อยากพูดอะไร เพราะเรากลัวถูกตอกกลับว่าเสือก แล้วเราก็จะอายคนแถวนั้น แล้วเราก็เฉยๆ
 
...สุนัขจรจัดมีเกลื่อนเต็มบ้านเมือง สมควรจะได้รับการจัดการที่ดีกว่านี้หรือเปล่า สุนัขสมควรที่จะได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้หรือไม่ ถ้าวันนี้มันไม่ได้กัดเราหรือคนที่เรารู้จัก เราก็คงคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว น่าเฉลียวใจ แต่เราก็เฉยเฉย
 
-----------
อ๊ะๆ ถ้าคุณยังไม่ได้อ่าน และกำลังคิดว่าจะไม่อ่านล่ะก็...
คุณเป็นหนึ่งในนี้หรือเปล่า ?
 
(Excerpt) บางคนสนใจที่จะเสียสามชั่วโมง (ความยาวหนังบวกขับรถและต่อคิวซื้อตั๋ว) ไปดู แฮรี่ พอตเตอร์ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเองเลยนอกเหนือจากความชอบ แต่ไม่สนใจที่จะเสียเวลา 10 นาทีอ่านข้อความของผมหรือของคนอื่น เพียงเพราะว่า อุดมการณ์เกินไป หรือไม่เป็นประโยชน์ หรือควรจะไปอยู่ในราชดำเนินเท่านั้น น่าเสียดายครับ น่าเสียดาย
11月30日

โชคดีในโชคร้ายในวันหนาวๆ

เพื่อนส่งมาให้อ่าน มันบอกว่าเป็นเรื่องของมันจริงๆ (แต่ชื่อสมมุตินะ) ไม่รู้ว่าโม้ป่าว เออ สำหรับคุณอาปิ๊ปั๋ง :) เจ้าของเรื่อง โทษทีที่ลงโดยไม่ได้บอก (คิดว่านายคงโอเค) ถ้าจะให้เอาออกก็บอกละกัน 
 
-------------------------------------------------------------
 
ฤดูหนาวกำลังมาเยือน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีที่กำลังจะผลัดใบ ความสวยงามที่ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดดูนี้ คงช่วยให้บรรยากาศอันคร่ำเคร่งภายในสถาบันแห่งนี้ดูเบาบางลงไปได้บ้าง
 
แต่ไม่ใช่สำหรับผม ที่กำลังวิ่งฝ่าอากาศเกือบศูนย์องศาอยู่อย่างรีบเร่ง จนไม่ได้แม้แต่จะสนใจความงามสองข้างทางนี้เลย ตอนนี้สิบโมงกว่าแล้ว เป็นเวลาที่ปรกติผมควรจะได้นั่งเล่นสบายๆอยู่ที่คณะ แต่วันนี้ผมได้ข่าวร้ายแต่เช้า
"อาปิ๊ปั๋ง ..บุ๋งๆๆ.. เช๋คกิ๋ง ..(รัวๆๆ).. แอบเส็น ...บุ๋งๆๆ *+^$) ... คล้าส"
ข่าวร้ายสำเนียงอินเดียดังผ่านโทรศัพท์มาจากเจ้า Ravi เพื่อนผม ให้พอจับใจความได้ว่า "Apipan, he is checking for an absence. You should come to the class." วิชาที่ผมไม่เคยเข้าเรียนเลย กำลังจะเช็คชื่อ (ขอแก้ตัวหน่อย อย่าหาว่าผมขี้เกียจเลยนะ แต่วิชานี้มันไม่มีอะไร ผมเลยเอาเวลาไปอ่านวิชาอื่นดีกว่า :P)
 
ด้วยเหตุนี้เอง ผมถึงต้องวิ่งมาไกลแสนไกล เพื่อให้ทันก่อน class จะเลิก
ใกล้ถึงแล้ว ตึกที่แสนอุ่น ผมพุ่งเข้าใส่ประตูอย่างรวดเร็ว
 
 
 
โครมมมม!!! เสียงประตูเปิด  
 
 
 
พลั่กกกก!!! ครืดดด!!! เสียงของหล่น บวกกับเสียงก้นจ้ำเบ้า แล้วไถลไปกับพื้นซักสามเมตรได้ ...
 
 
ที่ตรงนั้นเองผมเห็นสาวน้อยคนนึงนั่งอยู่ ข้างๆมีถุงตกอยู่ใบนึง คาดว่าคงจะเคยมีของอยู่ในนั้นเกือบเต็มใบ คะเนจากปริมาณของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นตอนนี้
 
ผมทำอะไรไม่ถูกแล้ว ได้แต่ยืนตะลึงงันอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดนะครับ แต่เพราะกำลังตะลึงในความหน้ารักของสาวน้อยคนนี้ต่างหาก ;-)
สาวน้อยคนนี้หน้าตาขาวๆหมวยๆ รูปร่างบางๆหน่อย แต่ไม่ถึงกับผอมเป็นไม้เสียบผีอย่างที่วัยรุ่นไทยนิยมกันตอนนี้ เอาเป็นว่าใครเคยดูหนังเกาหลีเรื่อง The Classic ก็ลองนึกถึงโชอินซุง นางเอกเรื่องนึ้ดูละกัน 
 
         
( คนนี้ครับ ไม่น่ารักเท่า แต่ผมว่าใกล้เคียงนะ :)
 
 
 
"I'm so sorry!!! Are you OK?" พอตื่นจากภวังค์ ผมก็รีบเข้าไปช่วยสาวจ้ำเบ้าคนนั้นเก็บของทันที
 
หลังจากสอบถามดูอาการของเธอดีแล้ว ผมก็ลุกลี้ลุกลนช่วยเธอเก็บของเป็นการใหญ่ ใจนึงก็อยากจะรีบไปเข้าคลาส(ที่กำลังจะเลิกอยู่แล้ว) แต่ใจนึงก็อยากอยู่ตรงนี้นานๆ
 
ผมค่อยๆเก็บของทีละชิ้นๆ บรรจงใส่กลับเข้าไปในถุงใบใหญ่... สมุด ดินสอ ปากกา กล่องข้าว หนังสือ เครื่องสำอาง ...และด้วยความเซ่อซ่า(อีกแล้ว) แล้วก็กำลังรีบด้วย ผมก็ดันไปหยิบเอากกน.ของเธอเข้า (เอ เอามาโรงเรียนทำไมหว่า?) กว่าจะรู้สึกตัวว่ามันคืออะไร ก็ตอนที่ยกขึ้นมาตรงหน้า กำลังจะหย่อนลงถุง ...
 
อาการจากที่ผมกำลังรีบๆอยู่ ก็เปลี่ยนกลายเป็นตัวแข็งทื่อในทันที ผมเงยหน้าขึ้นไปมองสาวน้อยคนนั้นด้วยอารมณ์ที่บรรยายไม่ถูก (อาจจะเป็นประหลาดใจปนเขินล่ะมั้ง) ตอนนี้หน้าของสาวน้อยคนนี้แดงเป็นลูกชมพู่ไปเรียบร้อยแล้ว
 
ผัวะ!! ผมมึนหัวอย่างแรง มองหน้าเธอด้วยความงงว่าทำไมมือเธอถึงได้ไวขนาดนี้ ไวจริงๆ ไวขนาดที่ตบผมได้โดยไม่ทันตั้งตัวเลย (ตบช้าๆก็ได้ ไม่หลบหรอก ขอโทษจิงๆคับ - -') ผมมองไปที่มือเธอ เอ๊ะ มันก็ยังวางอยู่ที่เก่านี่นา
 
ผัวะ!! ผมโดนซ้ำที่เก่าอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้โดนตบที่หน้า
 
"*@#*%* stupid. Don't you see people looking at you? Put that in bag. You made my friend embarrassed."
 
ผมเงยหน้าขึ้นไปตามเสียงโหดๆนั้น ผู้หญิงท่าทางห้าวๆคนนึงกำลังง้างมือเตรียมเบิร์ดกะโหลกผมเป็นหนที่สาม
"******" เสียงสวรรค์จากสาวน้อยจ้ำเบ้าคนนั้น เธอพูดอะไรสักอย่าง ผมฟังไม่รู้เรื่องหรอก (เหมือนจะเป็นภาษาเกาหลี) แต่เดาว่าเธอคงห้ามไม่ให้เพื่อนโหดของเธอมาทำร้ายผมมากไปกว่านี้ 
 
 
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
 
โชคดีของผมจริงๆที่เสียงกระดิ่งดังขึ้นพอดี เป็นสัญญาณว่าคลาสหนึ่งเลิกแล้ว และคลาสใหม่กำลังจะเริ่ม สาวสองคนนี้ดูท่าทางจะรีบมาก พวกเธอช่วยกันเก็บของอย่างรวดเร็ว แล้วเดินจ้ำๆจากไปในพริบตา แต่ก็ไม่วายที่ยายจอมโหดคนนั้นจะยังหันมาค้อนผม ตอนนี้เองที่ผมได้มีเวลามองหน้าเธอดีๆ จะว่าไป เธอก็หน้ารักเหมือนกันนะ แล้วเธอก็ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า สาวเกาหลีทุกคนหน้าเหมือนดารากันหมดเลยรึเปล่า เพราะดูๆไปแล้ว สาวคนนี้ หน้าตาก็คล้ายๆจวนจีฮุนอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาเอาเรื่อง (เฮ้อ รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นนายเจี๋ยมเจี้ยมไปเลย)
 
 (หน้าตาอย่างนี้เลย ตอนอารมณ์โหด)
 
"อาปิ๊ปั๋ง" เสียงนี้ทำให้ผมเลิกฝันหวาน แล้วก็รู้ตัวว่า......    คลาสของผมเลิกแล้ว!!!!  T_T
 
แต่ไม่เป็นไร แค่โดนเช็คขาดครั้งเดียว เพราะต่อไปผมจะไม่ขาดอีกแล้ว จะมาเรียนแต่เช้าทุกครั้งเลย จะนั่งอยู่ข้างๆประตูด้วย เผื่อโชคดีอาจจะได้เจอสาวน่ารักคู่นี้อีก :P
 
11月23日

Thanksgiving and black friday

 
Question from a newcomer (me): What is Thanksgiving? Thanks to wikipedia for a good and short explanation:
 
"Thanksgiving, or Thanksgiving Day, is an annual holiday observed in the United States and Canada. In the U.S., the holiday is celebrated on the fourth Thursday in November. In Canada, where the harvest generally ends earlier in the year, the holiday is celebrated on the second Monday in October."
 
And,
 
"... it is an important family gathering, and people often travel long distances to be with relations for the celebration. The Thanksgiving holiday is often a "four-day weekend" in the United States, in which Americans are given the relevant Thursday and Friday off. Thanksgiving is usually celebrated almost entirely at home."
 
A little bit about its origin,
 
"Most people recognize the first Thanksgiving as taking place on an unremembered date, sometime in the autumn of 1621, when the Pilgrims held a three-day feast to celebrate the bountiful harvest they reaped following their first winter in North America."
 
"...Thanksgivings continued after favorable events and days of fasting after unfavorable ones. Gradually an annual Thanksgiving after the harvest developed in the mid-17th century. This did not occur on any set day or necessarily on the same day in different colonies in America."
 
 
More importantly,
 
"Black Friday, the day after Thanksgiving in the United States, is historically one of the busiest retail shopping days of the year"
 
Why black?
 
"The black in the name comes from the standard accounting practice of using red ink to denote negative values (i.e., losses) and black ink to denote positive values (profits). Black Friday is the day when retailers traditionally get back "in the black" after operating "in the red" for the previous months, often by cutting prices considerably."
 
(Remember: Black Friday is good but Black Monday is bad.)
 
For me, it is time to buy stuff I'd've bought since I've been here a few months ago (tv, jacket, sport utilities, for example). Hope you all happy with your families and friends, and have fun shopping. :)
 

หยุดขึ้นค่าไฟ หยุดขายการไฟฟ้า

ใครที่ไม่เห็นด้วยกับการขายการไฟฟ้า เข้าไปร่วมลงนามได้ที่ http://www.stopft.com/
11月19日

Harry potter and the twins

There are 2 irrelevant things I would like to say today:
 
1. Science blog yesterday published a theory about twins having IQ significantly lower than single-born people. They argued that "the likely explanation is because some twins have a shorter length of time in the womb than other children and are prone to impaired fetal growth." I admit that the claim is possible; however, based on my experience, I've never thought that it's true.
 
As I have known some friends who have twins, there was nothing making people around them thought that they had different level of intelligence. As far as I can remember, I have known at least two madly clever twins. In fact, one of them is around me nowadays - my best friend Atish Das Sarma. He is a PhD student here and, without doubt, I think he is ingenious. His brotherAnish is a PhD student at Stanford in database area. I have heard that he is quite well known in his area.
 
2. (Warning: Some spoilers may be contained.) For some reasons, I got to see new Harry Potter yesterday. Although the movie took about 2.5 hours, much longer than average playing time, I wish it could be 3 or more.
 
I found it is the best among all 4 episodes; I enjoyed every scene and every picture and some scenes even took my breathe. This is the first time I watched it without knowing the story in advance. (I have not finished the book.)  Partly of the reason that I enjoyed this episode more than its predecessors is probably that seeing movie without any expectation from books makes you enjoy the "real" movie (as you are not trying to compare it with the book). However, the director Mike Newell should also be accredited for this success.
 
While the directors of previous episodes tried to preserve everything in the book line by line, e.g., charactors, events, or even pace, Mike fearlessly (and wisely) cut and changed many things in his version. He leaved out some insignificant charactors such as house-elves Dobby and Winky to make the movie more compact. He also cut some irrelevant events such as one that other competitors fight with dragons. (I agree with him although I really want to see those scenes.) He also added more dimension to the charactors, fear Dumbledore, fall-in-love Hermione, and scary and untrustedly Moody, which distinguishes movie from book.
 
Not all that I like about the speed of the plot. I think that some scenes, especially in the beginning, are too rush. The transition from Quidditch World Cup to a new semester in Hogwarts to Triwizard Challenge is too quick.  However, this may be because this part of the book is still in my mind.
 
Ok, here is my advice: For you who read the book, forget everything you have read before you step in the theater. For those who don't know anything of the story, have your friend tell a brief background of the first part (before fighting with dragons) so you will not get confused in the start.
 
Enjoy the show! 
 
11月16日

ขยันเกิดกันเจงๆ

ไม่ได้อัพซะนาน จริงๆมีเรื่องคันปากอยากพูดเยอะแยะ แต่ยังไม่มีเวลาเป็นชิ้นเป็นอันมาเขียนซะที เอาเป็นว่า วันนี้ขอมาอวยพรให้เพื่อนๆที่เกิดไปแล้ว และกำลังจะเกิด หน่อยละกัน (ขอโทษด้วยถ้าลืมใครไป ;-)
 
 
คนแรก ที่กำลังจะเกิด ... Nutty
เอ... จะอวยพรอะไรดีหว่า ...
เอาเป็นว่าขอให้เรียนจบไวๆ สนุกกับการทำงาน แล้วก็มีความสุขละกัน
ที่เหลือไว้คุยกันหลังไมค์
 
 
ต่อไปก็ พี่แนนครับ ...
อย่างแรกก็ TOEFL!!! ขอให้ได้ 5 นะพี่ เอ๊ะ ไม่เอาๆ เอา 6 ไปเลยดีกว่า จะช่วยลุ้นนะพี่
แล้วก็ขอให้ได้มาเรียนไวๆนะ ทีนี้ src gang จะได้ go inter กันครบทุกคนละ :)
 
 
-ต่อมาก็ พี่กิ๊บ ฉลองกัน(ไปแล้ว)ซะใหญ่โต
 
  
 
 
 
-ต่อมาก็พี่ทอม ตอนวันเกิดโทรไปอวยพรแล้ว แต่วันนี้ขอซักเพลงละกันพี่
อีกคนนึงก็พี่เก๋(ย้อนหลังไปซะไกลเชียว)
... รำมาซิมารำ ...
  
 
สำหรับพี่ทอม ขอให้ปีนี้มีแต่เรื่องดีๆ ไป U of M รอบนี้ก็ขอให้ได้เจอ...(อย่างที่หวัง) ก็แล้วกัน แล้วไว้จะไปขอนั่งรถคันงามเล่นซะหน่อย :)
ส่วนพี่เก๋ ขอให้มีความสุขที่สิงคโปร์ละกัน
 
 
 
-ต่อไปก็ ขอมอบเค้กวันเกิดในตาโน้ตครับ อย่างเอ็งนี้มันต้อง size นี้เลย....
 
 
 
ปีหน้าคงได้เจอกัน ยังไงก็สมัครยูที่เมืองมันน่าเที่ยวหน่อยนะเฟ้ย
 
- คนสุดท้ายนี่เพิ่งฉลองกันไปหมาดๆ (เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้) พี่โอ๊ะ my roommate
ขอให้ปีนี้มีเวลากินเวลานอนเยอะๆนะพี่
 
 
พูดถึงวันเกิดแล้ว นึกขึ้นได้ว่าวันนี้พี่จะริงเพิ่งจุดประเด็นว่า ทำไมคนถึงแต่งงานกันช่วงนี้เยอะจัง ตั้งเสร็จพี่แกก็ตอบเองเสร็จสรรพ ... สงสัยเพราะว่ามันหนาว (...แล้วไง?.... คิดต่อเอาเอง)
... อืม จะว่าไป นอกจากคนจะฮิตแต่งงานกันช่วงนี้แล้ว คนก็ยังมาฮิตเกิดกันช่วงนี้อีก
ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกันรึเปล่า
 
 
10月30日

Beautiful Charleston

ทนทุกข์ มิดเทอม รันทด                       เก็บกด เก็บตัว เตรียมสอบ
เอารอด เอาเอ เอาท้อป                        หน้าตอบ เป็นปอบ พอกัน
 
ในที่สุด มิดเทอม ก็พ้นผ่าน                   ถึงเวลา สำราญ งานสังสรรค์
กลับบ้านมา คว้ากระเป๋า ไปเที่ยวกัน       ไปCharleston  สองวัน สิบสองคน         
 
พอศุกร์เย็น รีบเผ่นออก แอตแลนต้า       คุยเฮฮา ห้าชั่วโมง บนถนน                
ขับมุ่งหน้า บูรพา ฝ่าฝูงยนต์                  กว่าจะถึง เมื่อยก้น สุดทรมาน
 
ตื่นเช้ามา พากันไป Citadel                  โรงเรียนwell -knownของ ผองทหาร
เดินยลตึก ตกแต่งเป็น  ป้อมปราการ       เคยใช้งาน ต้านศัตรู civil war
 
  
 
The Citadel
 
พอตกบ่าย นั่งสบาย บนรถม้า                นี่มันลา หรือม้า กันแน่หนอ
ไกด์คนสวย ช่วยเฉลย มันคือล่อ            ม้าเป็นพ่อ ล่อแม่ลา ได้ลูกหมัน         
 
  
Mule (ล่อ)
 
นั่งรถม้า ชมเมือง ฟังเรื่องเล่า                 ไกด์ของเรา รอบรู้ ดูเหนือชั้น
เล่าเรื่องเศร้า เรื่องประหลาด เรื่องมันๆ      บางเรื่องขัน ช่างสรรหา น่าชื่นชม
 
ฟังไกด์ไป มองเมืองไป สวยประหลาด     ดั่งพระเจ้า บรรจงวาด จัดผสม
บ้านเรียงราย ต้นไม้รอบ สีสดพรม           ระรื่นรมย์ ลมพัดเคล้า แต่เบาบาง    
             
  
 
 
 
 
 
พอตกเย็น นั่งเล่น ร้านริมน้ำ                ปรุงมื้อค่ำ เคล้าแสงนวล จันทร์กระจ่าง     
กินแต่น้อย ถึงอร่อย แต่ทรัพย์จาง        แต่ละอย่าง ชิ้นเท่ามด กดเป็นพัน
 
 
 
 
กลับที่เดิม เติมท้องด้วย Ben&Jerry        เล่าเรื่องผี เผื่อใคร เอาไปฝัน
ลองทายดู คนที่กลัว คือใครกัน              มีเสียงพลัน พรวดเข้ากลาง อยู่อย่างเดียว
 
ระเรียดเดิน เพลินตา ยามราตรี               แต่กลัวผี เห็นเงา เฝ้าแลเหลียว
แว่วเสียงหวีด กรีดร้อง แหลมเล็กเรียว      เล่นเอาเสียว สมเป็นสอง ของเมกา             
 
Charleston is the second most haunted city in America.             
 
เช้าวันใหม่ ไปทะเล รับไม่ไหว               น้ำไม่ใส หาดไม่สวย ห่วยเป็นบ้า
แต่ยังดี มีให้ดู ปลาโลมา                      ถึงเวลา รีบมา ท่าขึ้นเรือ   
 
ตกยามบ่าย นอนสบาย ดูสายน้ำ            ดื่มด่ำ ร่ำเบียร์ ไม่มีเบื่อ   
ปล่อยอารมณ์ ลอยน้ำ ดั่งลำเรือ             เกลือกเกลื้อ กลิ้งกลับ หลับสบาย      
 
 
 
  
Beach and boat
 
ก่อนกลับ ยังคิดถึง เมืองในฝัน                มาเดินกัน วันหยุด วันสุดท้าย          
ทุกหนึ่งก้าว หยุดจ้อง หยิบกล้องถ่าย        รูปกระจาย ถ่ายแป๊บๆ แบตหมดเลย
 
เมือง Charleston, South Carolina เป็นเมืองที่สวยมากจริงๆ ถ้ามีโอกาส อยากจะกลับไปเดินเล่นที่เมืองนี้อีกครั้ง
 
         
             
  สมาชิกทริปนี้: พี่นิค นัท พี่โอ๊ะ แจน พี่กิ๊บ พี่เล็ก พี่จิง แบงค์ นุ พี่กอล์ฟ พี่ชิ และน้องกบ(อยู่หลังกล้อง)
  
Interesting Info about Charleston
 - Charleston is an old city. Its first establishing place was not where it is nowadays. It's moved here in 1670.
 - The most famous spot is rainbow row, row of buildings with various colors.
 - First shots of the Civil War were fired from here
 - Charleston is the 6th "Top City in the United States & Canada" according to Travel + Leisure magazine.
 
 
เพิ่มเติม (เพื่อนฝากมา)
 

สักวา ไปชารลส์ตัน กะบิ๊กตุ๊                    ไอ้อ้วนฉุ เมาเบียร์ ข้างถนน

ครึ้มๆ ได้เวลา ก็ร้อนรน                           ควงเสริมพันธ์ วิ่งร้อนรน จนเปียกปอน

 
 
สักวา กล้วยจ๋า กล้วยอยู่ไหน                    กล้วยของใคร ใครก็รัก ใครก็สน
กล้วยของเรา ใครอยากกิน มิได้ยน           เพราะกล้วยนี้ ทั้งต้น เสริมพันจอง
 
(รูปประกอบเป็นรูปคู่สุดหวาน มีคนเอียงอาย) 555
 
 
สักวา ไอ้บ้า ขี้ขวัญอ่อน                            เล่าเรื่องหลอน แป๊บๆ ก็หดหัว 
ชี้ให้ดู คนเป็นๆ ก็ยังกลัว                            ลองดูตัว อย่างกับ..าย ใจเท่ามด
 
                             
10月10日

Charleston

 

 
Finished an (only one) examination. Looking forward to the fall break this weekend at Charleston, South Carolina. Will update after that.

10月8日

ปัญหาเชาว์

"มีนักโทษอยู่ 10 คน กำลังจะถูกประหาร ผู้คุมผู้ใจดีได้เปิดโอกาสให้นักโทษมีสิทธิรอดชีวิตได้ โดยให้นักโทษเข้าแถวตอน แล้วใส่หมวกคนละใบ (มีสีดำกับสีขาว) นักโทษจะเห็นว่าคนข้างหน้า(ทุกคน) ใส่หมวกสีอะไร แต่จะไม่เห็นสีหมวกของตัวเองและคนข้างหลัง ผู้คุมจะค่อยๆถามนักโทษทีละคนจากคนข้างหลังสุดขึ้นมาเรื่อยๆ ว่านักโทษคนนั้นใส่สีอะไร ถ้าเขาตอบถูกก็จะไม่ตาย โชคยังเข้าข้างนักโทษกลุ่มนี้ เพราะนักโทษคนหนึ่งได้แอบไปได้ยินกติกานี้ ทำให้มีโอกาสได้ปรึกษากันก่อนว่าจะทำอย่างไรดีให้มีคนรอดตายมากที่สุด ให้คุณช่วยพวกเขาคิดแผนการที! (ใบ้: แผนการที่ดีจะทำให้มีคนรอด 9 คน) "
 
นี่คือคำถามเริ่มต้นบทสนทนาบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นของวันนี้ โดยร้อยเอกแบงค์ (มาจากประสบการณ์จริงตอนไปอยู่ชายแดน?) ทำเอาหลายๆคนลืมกิน appetizer ไปเลย และก็ทำเอาผมต้องเปลี่ยนใจมาเขียนบลอกวันนี้ (ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะไม่เขียนอีกนานเพราะกำลังจะสอบอ่ะนะ) เพราะคำถามมันมากระตุ้นต่อมบ้าของผมพอดี แล้วก็เห็นเพื่อนๆหลายคนสนใจคำถามทำนองนี้ เลยอยากจะเอาคำถามในกรุ (เท่าที่พอจะจำได้) มาแบ่งๆกันคิด (ขอให้จำนวนดาวบอกความยากไว้ด้วยละกัน)
 
1.**** มีลูกบอล 12 ลูก มีลูกหนึ่งที่น้ำหนักผิดปกติ(ไม่รู้ว่าหนักหรือเบาไป) ให้ใช้ตาชั่งสองแขน ชั่งเพียง 3 ครั้ง ให้รู้ว่าลูกไหนที่ผิดปกติ และให้บอกด้วยว่าหนักหรือเบาไป
 
2. *** (Josephus problem) ในยุคที่ชาวยิวถูกทหารโรมันตามล่า เหล่าชาวยิวที่เหลือรอดจำนวน 100 คน พากันไปหลบซ่อนอยู่ในถ้ำ และได้คิดกันว่า จะฆ่าตัวตายหมู่เพื่อไม่ให้ถูกจับไปทรมาน แต่เนื่องจากไม่มีใครกล้าฆ่าตัวตายจึงตกลงทำดังนี้ ให้ทุกคนล้อมเป็นวงกลม จากนั้นให้เริ่มต้นที่คนแรก นำดาบฆ่าคนที่ 2 (คนที่อยู่ทางขวา) แล้วส่งดาบไปให้คนที่ 3 แล้วคนที่ 3 นำดาบนั้นฆ่าคนที่ 4 แล้วส่งดาบไปให้คนถัดไป ทำเช่นนี้ จนเหลือผู้รอดชีวิตอยู่คนเดียว จึงค่อยฆ่าตัวตาย
แต่เนื่องจากว่า Josephus ไม่อยากถูกใครฆ่า เขาจึงพยายามไปยืนตำแหน่งที่จะเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย ช่วยเขาคิดหน่อยว่าควรจะยืนตรงไหนดี

 
3. ** กระเบื้องสุดหรูที่บ้านของนายชิ(นามสมมุติ)เกิดมีรอยร้าวขึ้นมา ด้วยความที่เป็นคนชอบความสวยงาม เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ทั้งชุด แต่อนิจจัง กระเบื้องลายที่เขาถูกใจนั้นมีขนาด 1*2 M (ลักษณะเป็นเหมือนโดมิโน) ในขณะที่พื้นบ้านของเขานั้นมีรูปทรงเป็นตารางขนาด 6*7 M แต่โดนเสากินไป 2 รู ดังรูป
 
หลังจากพยายามปูกระเบื้องอยู่สามวัน นายชิก็พบว่าเขาไม่สามารถปูกระเบื้องอันนี้ได้ คุณรู้ไหมว่าทำไม? (เพื่อความง่าย(?) สมมุติว่าให้ปูได้แค่แนวนอนกับแนวตั้งเท่านั้น)
 
4.*** ในการแข่งเทนนิสแบบแพ้คัดออก สมมุติว่ามีคนเข้าร่วมการแข่ง  37 คน แสดงว่าบางครั้งจะต้องมีคนได้บาย รู้ไหมว่าผู้จัดจะต้องจัดการแข่งทั้งหมดกี่นัด จึงจะได้ผู้ชนะ และรู้ไหมว่ามีการบายทั้งหมดกี่ครั้ง
 
5. * หมีเซ่อๆตัวหนึ่ง กำลังหลงทาง มันจึงตัดสินใจเดินลงใต้ไปสองร้อยเมตร จากนั้นมันก็เดินไปทางทิศตะวันออกอีกสองร้อยเมตร แล้วมันก็เดินไปทางทิศเหนืออีกสองร้อยเมตร (เฮ้อเหนื่อยแทน) ปรากฏว่ามันกลับมาอยู่ที่เดิม! หมีสีอะไร? 
 
6. ** Monte Hall เป็นเกมทีวีชื่อดังเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งหลังจากผู้เข้าแข่งฝ่าด่านหฤโหดมาได้แล้ว ต่อไปก็จะเป็นรอบโบนัส
พิธีกร: "เอาละครับ ข้างหน้านี้มีประตูสามบาน หนึ่งในนั้นมีรถยนต์สุดหรูรอคุณอยู่ ส่วนอีกสองบานมีค่ารถกลับบ้าน 20 บาทรออยู่ข้างในครับคุณจะเลือกบานไหนดีครับ"
ผู้เข้าแข่ง: "ขอบานแรกครับ"
พิธีกร: "คุณแน่ใจเหรอครับ เอาอย่างนี้ ผมจะเปิดให้คุณดูบานนึง"
พิธีกรเดินไปเปิดบานที่สอง มีตังค์ 20 บาทอยู่
พิธีกร: "คุณจะเปลี่ยนใจไหมครับ?"
 
คุณจะเปลี่ยนใจไหมครับ?
 
 
7. ** Spider and fly. ในห้องขนาด 30*12*12 M แมงมุมตัวหนึ่งเกาะอยู่ที่กลางกำแพง 12*12 ด้านหนึ่ง โดยอยู่ห่างจากเพดาน 1 M (ดูรูป) น่าสงสารที่มันกำลังจะต้องตายเพราะความหิว แต่โชคก็ยังเข้าข้างที่มันเหลือบไปเห็นแมลงวันตัวหนึ่ง กำลังติดกับใยของมัน อยู่ที่กลางกำแพงฝั่งตรงข้าม อยู่สูงจากพื้น 1 M แต่ความยุ่งยากก็คือ แมงมุมตัวนี้มีแรงเหลือเดินไปได้เพียง 40 M เท่านั้น ช่วยมันคิดหน่อยว่าจะไปกินเจ้าแมลงวันผู้น่าสงสารตัวนั้นอย่างไรดี
 
 
 
8. ****(อันนี้อาจจะออกไปทางวิชาการนิดนึง) More or less? คุณเล่นเกมต่อไปนี้กับเพื่อน: ให้เพื่อนเดาตัวเลขขึ้นมา 2 ตัว (ไม่เท่ากัน) เขียนใส่แผ่นกระดาษ จากนั้นให้คุณเลือกเปิดกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา แล้วให้คุณทายว่าตัวเลขอีกตัวหนึ่งมากกว่าหรือน้อยกว่าตัวที่เปิดมานี้ จะมีวิธีใดหรือไม่ที่ทำให้โอกาสที่คุณจะชนะ มีมากกว่า ½ ?
 
 
เฮ้อ แค่นี้ก่อนละกันครับ โชคดีทุกท่าน
10月6日

Space tour

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน Gregory Olsen ผู้ก่อตั้งบริษัทพัฒนาอุปกรณ์ optoelectic ได้ออกเดินทาง (ด้วยเงิน $20ล้าน) ไปกับยานอวกาศ Soyuz TMA-7 เพื่อทำการทดลองอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่เขาประดิษฐ์ขึ้น เขานับเป็นมนุษย์คนที่ 3 ของโลก ที่ได้ท่องอวกาศในฐานะนักท่องเที่ยว 
 
 
ในเย็นวันที่ 6 ตุลาคม 2005 ขณะที่เขากำลังจิบกาแฟ และชมความสวยงามของภาพผืนดินตัดกับท้องน้ำ ปกคลุมด้วยปุยเมฆขาวเนียน วิวทิวทัศน์ที่มนุษย์น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เห็น(ด้วยตาตัวเอง)  เขาก็ได้เหลือบไปเห็นภาพที่เขาจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต ภาพที่ทำให้เขาตัวแข็งทื่อ ภาพที่ให้ความรู้สึกน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่เขากำลังทะยานหนีแรงโน้มถ่วงของโลก จุดเหลืองคล้ายเปลวไปนั่นคืออะไร "Terrorist!?!" เขาคิด
 
 
ที่อีกมุมหนึ่งของโลก ชายชาวเอเชียคนหนึ่ง กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับกระดาษแผ่นบางๆเพียงแผ่นเดียว เขาเฝ้าพิจารณาสิ่งที่อยู่บนมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่ามันเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา ... แน่นอน... เพราะเขารู้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่กุมชะตาชีวิตของเขาไว้ มันสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของเขาเองซะอีก เขาจึงได้ทบทวนมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด   "จะต้องไม่มีอะไรผิดพลาด!"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้เป็นวันที่ชาว Yellow Jackets พร้อมใจกันมาทำให้เมืองแอตแลนตา(โดยเฉพาะในแคมปัสของเทค) บ้าคลั่ง พร้อมใจกันมาทำให้รถติด ก่อเสียงดังรำคาญ และตั้งเต็นท์ระเกะระกะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขามารวมกันเพื่อโชว์พลังแห่งสีเหลือง เพื่อเชียร์ทีมฟุตบอลของพวกเรา วันนี้เมืองทั้งเมืองละลานตาไปด้วยสีเหลือง จนผมไม่กล้าออกไปไหน เพราะกลัวจะโดนแซวว่าเป็นตัวประหลาดที่ใส่เสื้อสีเขียว!
 
วันนี้เป็นวันพฤหัส วันพฤหัสครับ วันพฤหัสที่ผมรอมา 1 เดือนเต็มๆ เพราะวันนี้เป็นวัน Thursday Night Football game ครั้งเดียวในรอบปีของ GT แต่ผมก็ต้องพลาดมันจนได้ เพราะการสอบบ้าๆนี่แท้ๆเชียว เพื่อนๆหลายคนใช้วันนี้เป็นวันฉลองสอบเสร็จ แต่บางคนกลับต้องเศร้าใจที่ไม่ได้ไปดู แต่ยังไงก็เหอะ ผมก็จะเชียร์อยู่บ้านนี่แหละ ขอบคุณ ESPN ที่ทำให้ไม่พลาดวินาทีสำคัญ ขอให้เพื่อนๆสนุกกับเกมนะครับ
 
GO JACKETS!!!
 
 
 
 
 
 
 
(หมายเหตุ: เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเหตุการณ์สมมุติ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่จริงแต่อย่างใด)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เอ้อ ลืมไป ...... ปีนึงผ่านไปเร็วจัง ....
 
สุขสันต์วันเกิดนะครับ พี่นนท์
 
 
 
9月22日

Guestbook

Welcome to my guestbook ... 
Thank you for visiting :)
 
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยมชม
 
กับทุกบททุกตอนที่อ่อนล้า    ก็ต้องฟันฝ่าอย่างเต็มที่
มีเหงาบ้างท้อบ้างในบางที      แต่กำลังใจยังดีเพราะมีเธอ